วิธีการตรวจเช็คและดูแลบำรุงรักษาพัดลมระบายอากาศ ( Industrial Fan )

วิธีการตรวจเช็คและดูแลบำรุงรักษาพัดลมระบายอากาศ ( Industrial Fan )

1.  ใบพัด
             


1.1 ให้ทำการตรวจอย่างเป็นประจำทุกปี เน้นเช็คตรงส่วนใบพัดว่ามีอะไรแปลกปลอมมาติดหรือไม่ เพราะอาจจะส่งผลถึงการสึกหรอของลูกปืนและพู่เล่ย์
1.2 กรณีถ้าพัดมีสนิมเกิดขึ้นสามาถแก้ไขได้โดยการทำสีใหม่
1.3 ในส่วนของใบพัด โดยเฉพาะใบพัดแบบโค้งหน้า ( forward curve ) ห้ามให้มีสิ่งสกปรกอยู่เพราะว่าจะทำให้แรงลมเบาลงและส่งผลถึงอุปกรณ์อื่น ๆ อีกด้วย
ซึ่งวิธีการตรวจเช็คในขั้นตอนนี้สามารถทำได้โดยดูด้วยตาเปล่าหรือแกะฝาครอบพัดลมออกแล้วนำผ้าสะอาดชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็คเพื่อทำความสะอาด

2.  ตลับลูกปืน
 


2.1 ควรทำการอัดจารบีที่ลูกปืนถ้ามีการแห้งเกิดขึ้น หรือประมาณทุก ๆ 1000 ชั่วโมง ( ต้องอัดให้พอเหมาะ เช่น จารบีลดลงจากภายในเท่าไรให้เติมเท่านั้น ถ้าเติมมากเกินไปอาจจะทำให้จารบีที่ล้นออกมา ติดเศษฝุ่นแล้วทำให้ลูกปืนเสื่อมสภาพเร็วขั้น )
2.2 ตรวจเช็คเสียงและอุณหภูมิของลูกปืนให้ไม่ควรเกิน 70 องศาเซลเซียส ซึ่งสาเหตุอาจจะมาจากตั้งสายพานตึงเกินไปหรือการเสื่อมสภาพของลูกปืน ( ปกติลูกปืนจะมีอายุ 5 ปี ) ถ้าไม่ดำเนินการแก้ไขอาจจะทำให้แกนเพลาสึกได้
 วิธีการตรวจเช็คลูกปืนเบื้องต้นทำได้โดการฟังเสียง ถ้ามีเสียงที่แปลกไปจากเดิม ให้เริ่มทำการตรวจเช็คสภาพทันที ซึ่งถ้ามีความผิดปกติควรเปลี่ยนทันทีเพราะจะมีผลต่อมอเตอร์ของพัดลมได้

3.  พู่เล่ย์


3.1 พู่เล่ย์ควรทำการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ ( ปกติจะมีอายุอยู่ที่ 7 ปี ) แต่การที่พู่เล่ย์จะมีอายุการใช้ครบ 7 ปีหรือไม่ขึ้นอยู่กับการปรับตั้งสายพาน ไม่ควรปรับตั้งสายพานหย่อนเกินไปเพราะจะทำให้เกิดการสลิป (slip) ของสายพานช่วงสตาร์ทพัดลมเป็นผลทำให้พู่เล่ย์สึกและอายุการการใช้งานสั่นลงกว่าปกติ
3.2 ก่อนการเปลี่ยนจะต้องเช็คพู่เล่ย์ก่อนว่า จะต้องไม่มีรอยแหว่งหรือรอยสึก และต้องผ่านการตั้งศูนย์มาแล้วเท่านั้น ( ทำ Balance )
วิธีการตรวจเช็คพู่เล่ย์เบื้องต้น ทำได้โดยใช้มือลูบที่บริเวณส่วนโค้งเพื่อเช็คความเรียบหรือหารอยแหว่ง
 4. สายพาน

4.1 ควรตรวจเช็คความตึงของสายพานพร้อมปรับตั้งสายพานใหม่ทุก ๆ 2000 ชั่วโมงหรือประมาณ 3 เดือน / ครั้ง การตรวจเช็คความตึงของสายพานทำได้โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนสายพานหากสายพานหย่อนลงประมาณ 1 เซนติเมตรหรือประมาณเท่ากับความหนาของสายพานถือว่ามีความตึงพอเหมาะ                                                                                                                                    
4.2 การปรับตั้งสายพานสายพานทุกเส้นจะต้องมีความยาวและตึงเท่ากันทุกเส้น ( การปรับตั้งสายพานไม่ควรปรับตั้งให้ตึงเกินไปหรือหย่อนเกินไปเพราะถ้าตึงเกินไปอาจจะทำให้เกิดความร้อนสูง ( overheating ) ที่ลูกปืน หรือทำให้แกนเพลางอได้เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ถ้าสายพานหย่อนเกินไปอาจจะทำให้สายพานหลุดออกจากพู่เล่ย์ หรือสลิปได้ ทำให้พัดลมเกิดการสั่นและมีเสียงดังซึ่งมีผลทำให้พู่เล่ย์และสายพานสึกหรอเร็วกว่าปกติ )
 สายพานมีอายุการใช้งานประมาณ 3 ปี (  ถ้าสายพานหมดอายุการใช้งานหรือมีการสึกหรอควรเปลี่ยนสายพานใหม่ทันที )

5.  แกนเพลา

5.1 ควรตรวจเช็คแกนเพลาว่ามีการสึกหรอหรือไม่  โดยเฉพาะตรงที่ชุดลูกปืนครอบอยู่และตรงที่ดุมใบพัดยึดอยู่ ( กรณีถ้าลูกปืนหมดอายุการใช้งานแล้วยังฝืนใช้งานต่ออาจทำให้ลูกปืนล็อคส่งผลให้แกนเพลาสึกได้ ถ้าแกนเพลาสึกควรเปลี่ยนแกนเพลาชุดใหม่ถ้าไม่เปลี่ยนจะส่งผลต่อลูกปืนให้เสียหายเร็วมาก )
5.2 ควรตรวจเช็คว่าชุดแกนเพลาและชุดดุมใบพัดยังยึดล็อคกันแน่นอยู่หรือไม่ ถ้าสกรูหรือน็อตที่ใช้ยึดล็อคชุดดุมใบพัดกับแกนเพลาคลายตัวออกมาหรือขันล็อคไม่แน่น ก็จะส่งผลให้แกนเพลาและชุดดุมใบพัดสึก
5.3 ควรทำสีที่แกนเพลาใหม่หากเกิดสนิม
 แกนเพลาเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับพัดลมซึ่งการชำรุดเสียหาย จะส่งผลต่ออุปกรณ์อื่น ๆ ได้ ควรตรวจสอบและบำรุงรักษาอยู่เสมอ

6.  โครงสร้าง

6.1 ควรตรวจเช็คเป็นประจำทุก ๆ ปีว่ามีการเกิดสนิมและการกัดกร่อนที่โครงสร้างพัดลมหรือไม่ถ้ามีการเกิดสนิมก็ควรทำสีใหม่

หมายเหตุ

พัดลมที่ติดตั้งอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ใกล้กับทะเล และ ติดตั้งอยู่ใกล้กับคูลลิ่งเทาเวอร์ หรือบริเวณที่มีสารเคมีจะมีผลทำให้โครงสร้างของพัดลมเกิดการกัดกร่อน และ ผุพังเร็วกว่าสภาวะปกติ เพราะตัวพัดลมอาจจะดูดเอาไอของสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำให้เกิดการทำปฏิกิริยาจนการความเสียหายได้

7. มอเตอร์

7.1 ปกติอุณหภูมิของมอเตอร์ไม่ควรสูงเกิน  100 – 120  องศาเซลเซียส ต้องทาการตรวจเช็คค่ากระแสไฟว่าสูงผิดปกติเกินกว่าที่ตั้งค่าไว้ครั้งแรกหรือไม่ ถ้ากระแสไฟเกิน (Over load ) สาเหตุอาจเกิดจากลูกปืนหมดอายุการใช้งานลูกหรือปืนอาจจะแตกซึ่งเป็นผลทำให้เกิดอุณหภูมิสูงที่มอเตอร์และทำให้ กระแสไฟสูงตามไปด้วย ( ถ้าลูกปืนหมด อายุการใช้งานแล้วควรที่จะเปลี่ยนทันที เพราะถ้ายังฝืนใช้งานต่อลูกปืนอาจจะส่งผลทำให้มอเตอร์ไหม้ได้ )
7.2 อายุการใช้งานของลูกปืนอยู่ที่  5  ปี ( ขึ้นอยู่กับการใช้งาน )                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                            
7.3 มอเตอร์มีอายุการใช้งาน 15 ปี  ( เมื่อใช้งานครบ 15 ปีควรเปลี่ยนมอเตอร์ตัวใหม่ หรือ นำมอเตอร์ตัวเก่าไปพันขดลวดใหม่ จึงนำกลับมาใช้งานได้ ) ทั้งนี้อายุขอมอเตอร์อาจจะขึ้นอยู่รูปแบบการใช้งานของพัดลมได้

 8. การสั่น

การสั่นของพัดลมมีหลายสาเหตุสังเกตได้ดังนี้
8.1 การสั่นเกิดจากใบพัดเสียสมดุล สาเหตุมาจากใบพัดสกปรกมีฝุ่นละอองและสิ่งแปลกปลอมไปจับที่ใบพัดทำให้ใบพัดส่ายและแกว่ง ทำให้ลมที่ออกมาไม่แรงเพียงพอหรือเกิดเสียงรำคาญ
8.2 การสั่นเกิดจากแกนเพลาสึก การสึกของแกนเพลาอาจจะสึกตรงที่ยึดติดกับชุดดุมใบพัด หรือ สึกตรง บริเวณที่ชุดลูกปืนครอบอยู่และตรงที่ยึดติดกับพู่เล่ย์ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้พัดลมสั่นได้
8.3 การสั่นเกิดจากสายพาน การตั้งสายพานหย่อนเกินไปอาจทำให้ช่วงสตาร์ทพัดลมเกิดการกระชากของสายพาน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้พัดลมสั่นได้
8.4 การสั่นเกิดจากพู่เล่ย์ส่าย  อาจจะเกิดจากพู่เล่ย์ส่าย หรือ รูพู่เล่ย์สึก หรือไม่ได้ตั้งศูนย์ทำให้เสียสมดุล  เป็นสาเหตุทำให้พัดลมสั่นได้ (  ปัญหาที่กล่าวมานี้เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้พัดลมสั่น ฉะนั้นเวลาที่จะแก้ปัญหาให้พัดลมหายสั่นควรที่จะตรวจเช็คให้ละเอียดถี่ถ้วนและแก้ปัญหาให้ตรงจุด อาการสั่นของพัดลมจึงจะหายสั่นได้ )
วิธีการตรวจเช็คเบื้องต้นถึงความสั่นคือ ให้นำเหรียญไปวางบริเวณพัดลมหรือสัมผัสด้วยมือจะสามารถรับรู้ได้ แต่กรณีมีอาการสั่นเพียงเล็กน้อยอาจจะตรวจเช็คได้ยาก แต่ก็สามารถระวังได้โดยการหมั่นตรวจเช็คพัดลมอยู่เสมออย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เป็นต้น

9.   น็อตและสกรู (ที่ใช้ยึดโครงสร้างพัดลม)

9.1 ควรตรวจเช็ค น็อต และ สกรู ที่ใช้ยึดโครงสร้างพัดลมที่ฐานมอเตอร์ที่ใช้ยึดตุ๊กตาครอบลูกปืนที่ใช้ยึดเบลท์การ์ดครอบพู่เล่ย์  และสกรูที่ใช้ยึดดุมใบพัดกับแกนเพลา ตรวจเช็คน็อตทุกตัวว่าหลวมหรือคลายตัวออกมาหรือไม่ พร้อมทั้งทำการขันน็อตและสกรูให้แน่นทุกตัว ( หากพัดลมติดตั้งในสถานที่ที่มีไอน้ำมันหรือใช้ดูด ไอน้ำมัน  ควรจะตรวจเช็คอยู่เป็นประจำ เพราะน้ำมันเป็นสาเหตุทำให้น็อตและสกรูคลายตัวได้ง่าย )
วิธีการเช็คน็อตและกรูเบื้อต้นทำได้โดยการทดลองหมุนหรือนำไขควงเคาะ เพื่อเช็คว่ามีการหลวมหรือไม่ ถ้ามีให้รีบดำเนินการแก้ไข

สำหรับโรงงานหรือสถานที่ที่มีพัดลมระบายอากาศอยู่การตรวจเช็คและดูแลบำรุงรักษาพัดลมระบายอากาศอยู่เป็นประจำตามขั้นตอนที่กล่าวมา จะช่วยท่านลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาวและช่วยยืดอายุการใช้งานของพัดลมระบายอากาศได้

  เวปไซต์อ้างอิง : http://www.tngroup.co.th